ประโยชน์ของ ปลาทู ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

ประโยชน์ของ ปลาทู ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

ประโยชน์ของ ปลาทู ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ปลาทูถือเป็นอีอาหารที่คนไทยนิยมกินมาอย่างยาวนาน เนื่องจากเจ้าปลาทูมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง อีกทั้งยังหากินได้ง่าย โดยหากเรากินปลาทูในปริมาณ 100 กรัม ร่างกายจะได้รับพลังงานเพียง 205 กิโลแคลอรี

และยังประกอบไปด้วยโปรตีนกว่า 18.60 กรัม กรดไขมัน 13.89 กรัม เซเลเนียม วิตามินบี 12 โดยไขมันในปลาทูเป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งขึ้นชื่อในการบำรุงสุขภาพมาก ๆ ดังนั้น วันนี้เราจึงจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับประโยชน์ของการกินปลาทู ถ้าพร้อมแล้วตามไปดูกันได้เลย

ประโยชน์ของ ปลาทู ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

ประโยชน์ของ ปลาทู ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

1. บำรุงหัวใจ

โรคหลอดเลือดหัวใจเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพ แต่อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตด้วย ซึ่งปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคนี้อาจมาจากภาวะไขมันหรือคอเลสเตอรอลสูง โดยจากการศึกษาหลายงานชี้ให้เห็นว่ากรดไขมันโอเมก้า 3 นั้นมีประโยชน์ต่อหัวใจ เพราะมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอล

หรือไขมันชนิดไม่ดีภายในเลือด ลดความดันโลหิต ต้านการอักเสบ ลดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ดังนั้น การบริโภคปลาทูที่อุดมไปด้วยกรดไขมันดีเหล่านี้ก็อาจช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจได้ รวมถึงอาจช่วยบรรเทาและลดความเสี่ยงของภาวะหัวใจล้มเหลวได้อีกด้วย

2. บำรุงสายตา

กรดไขมันดีเอชเอและอีพีเอนั้นเชื่อกันว่าช่วยบำรุงสายตาและอาจลดความเสี่ยงจากโรคตาที่มีสาเหตุจากโรคเบาหวาน จากการศึกษาพบว่าการบริโภคกรดไขมันทั้ง 2 ชนิดนี้ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 3 เดือน อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคต้อหินและปัญหาการมองเห็นที่ค่อย ๆ ลดลง โดยกรดไขมันจะช่วยลดความดันภายในดวงตาที่เป็นหนึ่งในสาเหตุของโรค

และยังมีอีกงานวิจัยที่พบว่าการบริโภคดีเอชเออาจช่วยลดการระคายเคืองตาจากการใส่คอนแทคเลนส์ นอกจากนี้ วิตามินบี 12 ที่พบมากในปลาทูยังอาจช่วยชะลอการเสื่อมของประสาทตาที่เป็นสาเหตุของโรคจอประสาทตาเสื่อม ด้วยเหตุนี้ การบริโภคปลาทูหรือปลาทะเลที่มีกรดไขมันดีจึงอาจช่วยบำรุงดวงตาและการมองเห็น รวมถึงชะลอการเสื่อมของดวงตาที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหาในการมองเห็น

แนะนำ 5 แนวเพลงของไทยสุดฮิต หลายๆคนเคยสงสัยกันไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะว่า ทำไมเอาของเหลวขึ้นเครื่องบิน ได้ไม่เกิน 100 มิลลิลิตร และทำไมของเหลวใน Duty Free ถึงเอาขึ้นเครื่องบินได้ แล้วต้องทำอย่างไร จึงจะสามารถนำของเหลว ขึ้นเครื่องบินได้ มารับชมไปพร้อมๆกันเลย

3. บำรุงครรภ์

อาหารเป็นอีกสิ่งที่สำคัญเป็นลำดับต้นในระหว่างการตั้งครรภ์ เพราะร่างกายของคุณแม่นั้นต้องการสารอาหารเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติอย่างมาก เพราะสารอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยให้ร่างกายของคุณแม่และพัฒนาการของทารกในครรภ์เป็นไปอย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงของภาวะผิดปกติต่าง ๆ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าการบริโภคกรดไขมันดีเอชเอ 600-800 มิลลิกรัมต่อวัน

นั้นจะช่วยลดความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนดได้ นอกจากนี้ กรดไขมันดีเอชเอยังเป็นประโยชน์ในการพัฒนาสมองของทารกและคนในทุกช่วงวัยอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ปลาทะเลมักมีสารปรอทปนเปื้อนมาโดยธรรมชาติ คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ควรรับประทานอย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากสารปนเปื้อน

4. กระตุ้นภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบ

ผู้ที่อายุ 14 ปีขึ้นไป ควรได้รับเซเลเนียมวันละประมาณ 55 ไมโครกรัมต่อวัน โดยในปลาทูปริมาณ 100 กรัม อาจมีเซเลเนียมอยู่ถึง 40-55 ไมโครกรัม ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย สำหรับเซเลเนียมนั้นเชื่อกันว่าอาจมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการทำงานระบบภูมิคุ้มของร่างกาย ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์และลดการอักเสบของร่างกาย

5. บำรุงประสาทและสมอง

ในปลาทูมีทั้งไอโอดีนและกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยในปลาทูมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวหรือกรดไขมันโอเมก้า 3 ค่อนข้างมาก ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้ร่างกายเราไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ต้องรับเอาจากอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูงอย่างปลาทู เป็นต้น และนอกจากไอโอดีนและโอเมก้า 3 แล้ว ปลาทูยังมีกรดไขมัน DHA ที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบประสาทและสมอง โดยเฉพาะสมองในส่วนการเรียนรู้และจดจำ

6. ร่างกายได้รับวิตามินที่หลากหลาย

จากข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการของปลาทูเราจะเห็นเลยว่า ปลาทูส่วนที่กินได้ในปริมาณ 100 กรัม ให้แร่ธาตุ วิตามิน และคุณค่าทางสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลากหลายชนิด ทั้งธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 1 บี 2 กรดไขมันจำเป็น ไนอะซิน ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ที่พบได้ในปลาทู ถึงแม้จะมีปริมาณอย่างละนิดละหน่อย แต่ก็จัดเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการทำงานของร่างกาย

ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมองให้ควบคุมการทำงานของอวัยวะทุกส่วนในร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ปลาทูมีประโยชน์ต่อสุขภาพแบบนี้ ยิ่งทำให้นึกอยากกินปลาทูขึ้นมาเลยใช่ไหมล่ะคะ แต่หากใครไม่กินเผ็ด ไม่ค่อยสนิทกับเมนูน้ำพริกปลาทูเท่าไร ลองเมนูปลาทูอย่างอื่นดูก็ได้ อร่อยและได้ประโยชน์จากปลาทูไม่แพ้กัน

ประโยชน์ของ ปลาทู ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

ข้อควรระวังในการบริโภคปลาทู

แม้ว่าวิถีชีวิตคนไทยจะบริโภคปลาทูมาอย่างยาวนาน แต่ก็อาจมีสารปนเปื้อนที่ควรศึกษาข้อมูลไว้เบื้องต้น เช่น

สารปรอท

สารปรอทจัดเป็นโลหะหนักตามธรรมชาติที่พบได้ในปลาและสัตว์ทะเล นั่นหมายถึงพบในปลาทูด้วยเช่นกัน แม้ว่าสารอาหารในปลาทูนั้นจะมีประโยชน์ต่อทารกและปริมาณของสารปรอทอาจไม่ได้มากจนเป็นอันตรายในกลุ่มคนทั่วไป แต่อาจเป็นอันตรายสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมลูก

พยาธิ

หลายคนอาจเข้าว่าปลาทะเลนั้นไม่มีพยาธิ แต่ในความเป็นจริงแล้วการบริโภคปลาทะเลหรือปลาทูก็อาจเสี่ยงต่อการได้รับพยาธิอะนิซาคิส (Anisakis Simplex) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะเป็นพิษฉับพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน สำหรับภาวะเป็นพิษจากพยาธิชนิดนี้อาจเป็นเรื้อรัง และทำให้เกิดโรคลำไส้ชนิดอื่น ๆ ได้

และก็จบกันไปแล้วนะคะกับบทความ ประโยชน์ของ “ปลาทู” ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน!! ที่เราได้รวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน ต้องบอกก่อนว่าการศึกษาเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ศึกษาจากปลาทูโดยตรง แต่เป็นศึกษาจากสารอาหารชนิดเดียวกันที่มาจากแหล่งอื่น อีกทั้งบางงานวิจัยยังเป็นการทดลองร่วมกับสารอาหารชนิดอื่น

จึงอาจทำให้สรรพคุณของปลาทูในบางด้านนั้นยังไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตามปลาทูก็ยังมีโปรตีนที่เป็นสารอาหารที่ได้รับการศึกษาอย่างชัดเจนและแพร่หลายถึงคุณสมบัติในการซ่อมแซม และเสริมสร้างกล้ามเนื้อ อีกทั้งช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติ ดังนั้น การบริโภคปลาทูในปริมาณที่เหมาะสมก็อาจช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้

อ่านบทความเพิ่มเติม ได้ที่ : รวม 7 ประโยชน์จากสะตอ ที่คุณอาจไม่เคยรู้!!